A Hilco Global CompanyVested in Your Success
วันทำการ : จันทร์-ศุกร์
เวลาทำการ : 08.30-17.30 น.

นโยบายความเป็นส่วนตัว (PDPA)

1. บทนำและขอบเขตการบังคับใช้นโยบายความเป็นส่วนตัว

บริษัท ฮิลโก้ โกลบอล เอเชีย จำกัด (Hilco Global Asia Limited) (ต่อไปนี้เรียกว่า “บริษัท” “เรา” หรือ “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล”) ในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์มประมูลสินค้าออนไลน์และผู้ให้บริการจัดการประมูลทรัพย์สิน (industrial auction / asset disposition) ผ่านเว็บไซต์ hilco.siamsbuy.com ตระหนักและให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทจึงได้จัดทำนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ (ต่อไปนี้เรียกว่า “นโยบาย”) ขึ้น เพื่ออธิบายถึงวิธีการที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตลอดจนสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“PDPA”) และกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง

บริษัทเป็น “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Controller) ตามนัยแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยมีรายละเอียดของบริษัทดังนี้

รายการ รายละเอียด
ชื่อผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล บริษัท ฮิลโก้ โกลบอล เอเชีย จำกัด (Hilco Global Asia Limited)
ที่อยู่ 40/1 ถนนคอนแวนต์ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
โทรศัพท์ 02-636-1631
โทรสาร 02-4934666
อีเมล schaiyawat@hilcoglobal.com
เว็บไซต์ hilco.siamsbuy.com

ขอบเขตการบังคับใช้: นโยบายฉบับนี้ใช้บังคับกับบุคคลที่มีปฏิสัมพันธ์กับบริษัทผ่านเว็บไซต์ แพลตฟอร์มประมูล หรือช่องทางการให้บริการอื่นของบริษัท ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงกลุ่มบุคคลดังต่อไปนี้

  • ผู้เข้าชมหรือผู้ใช้งานทั่วไปของเว็บไซต์ hilco.siamsbuy.com
  • ผู้สมัครสมาชิกและผู้ลงทะเบียนเปิดบัญชีผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์ม
  • ผู้เข้าร่วมประมูล ผู้เสนอราคา และผู้ชนะการประมูลสินค้าหรือทรัพย์สิน
  • ผู้ขายทรัพย์สิน เจ้าของทรัพย์ ผู้มอบหมายให้บริษัทจัดการประมูลหรือจำหน่ายทรัพย์สิน
  • ผู้ติดต่อสอบถาม ผู้ใช้บริการ และบุคคลอื่นที่ติดต่อกับบริษัทผ่านช่องทางต่าง ๆ

เจตนารมณ์: บริษัทมีเจตนารมณ์ในการดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และชอบด้วยกฎหมาย โดยจะเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมาย พร้อมทั้งจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม และเคารพต่อสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 30 ถึงมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ทั้งนี้ ขอให้ท่านอ่านและทำความเข้าใจนโยบายฉบับนี้โดยละเอียด เพื่อรับทราบถึงวิธีการที่บริษัทปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

วันที่มีผลบังคับใช้: 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569  |  วันที่ปรับปรุงล่าสุด: 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569
บริษัทอาจปรับปรุงหรือแก้ไขนโยบายฉบับนี้เป็นครั้งคราวเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายและการให้บริการ โดยจะประกาศนโยบายฉบับปรับปรุงผ่านเว็บไซต์ของบริษัท

2. คำนิยาม

เพื่อประโยชน์ในการทำความเข้าใจและการตีความนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ คำและข้อความดังต่อไปนี้ให้มีความหมายตามที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หรือ “PDPA”)

คำ/ข้อความ คำนิยาม
ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ (มาตรา 6 แห่ง PDPA) ในบริบทของการให้บริการแพลตฟอร์มประมูลสินค้าและการจัดการประมูลทรัพย์สิน ข้อมูลส่วนบุคคลรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ชื่อบัญชีผู้ใช้ ประวัติการเสนอราคา (bidding) และการเข้าร่วมประมูล รวมถึงข้อมูลการชำระเงินและข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องของผู้ลงทะเบียนประมูล (bidder) ผู้ขายทรัพย์สิน และผู้ใช้บริการ
ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว ข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 26 แห่ง PDPA ได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ (เช่น ข้อมูลจำลองใบหน้า ม่านตา หรือลายนิ้วมือที่ใช้ระบุตัวบุคคล) หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด การประมวลผลข้อมูลประเภทนี้ต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งหรืออาศัยฐานทางกฎหมายตามมาตรา 26 เป็นการเฉพาะ
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (มาตรา 6 แห่ง PDPA) สำหรับนโยบายฉบับนี้ หมายถึง บริษัท ฮิลโก้ โกลบอล เอเชีย จำกัด (Hilco Global Asia Limited) สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 40/1 ถนนคอนแวนต์ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 โทรศัพท์ 02-636-1631 โทรสาร 02-4934666 อีเมล schaiyawat@hilcoglobal.com เว็บไซต์ hilco.siamsbuy.com (ต่อไปนี้เรียกว่า “บริษัท”)
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือนิติบุคคลดังกล่าวต้องไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (มาตรา 6 แห่ง PDPA) เช่น ผู้ให้บริการระบบประมวลผลการชำระเงิน ผู้ให้บริการคลาวด์หรือโครงสร้างพื้นฐานของแพลตฟอร์ม ผู้ให้บริการขนส่งและส่งมอบทรัพย์สินที่ประมูลได้ หรือผู้ให้บริการภายนอกอื่นที่บริษัทมอบหมาย
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย เช่น ผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมประมูล (bidder) ผู้เสนอราคา ผู้ชนะการประมูล ผู้ขายหรือเจ้าของทรัพย์สินที่นำออกประมูล ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ และผู้ใช้บริการอื่นของบริษัท เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิตามที่กฎหมายกำหนด อาทิ สิทธิในการเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูล สิทธิในการขอให้โอนย้ายข้อมูล สิทธิในการคัดค้าน สิทธิในการขอให้ลบหรือทำลาย สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง และสิทธิในการเพิกถอนความยินยอม (มาตรา 30 ถึงมาตรา 36 แห่ง PDPA)
การประมวลผล (การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล) การดำเนินการใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะด้วยวิธีการอัตโนมัติหรือไม่ก็ตาม รวมถึงการเก็บรวบรวม การบันทึก การจัดระบบ การจัดเก็บ การปรับเปลี่ยนหรือดัดแปลง การใช้ การเรียกคืน การส่งหรือโอน การเผยแพร่หรือเปิดเผย การลบ หรือการทำลายข้อมูลส่วนบุคคล โดยในบริบทของบริษัทรวมถึงการดำเนินการเพื่อการลงทะเบียนเข้าร่วมประมูล การยืนยันตัวตน การจัดการกระบวนการเสนอราคาและประมูลทรัพย์สิน การชำระเงินและการส่งมอบทรัพย์สิน ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม

ในการให้บริการแพลตฟอร์มประมูลสินค้าออนไลน์และการจัดการประมูลทรัพย์สิน บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ทั้งที่ได้รับโดยตรงจากท่าน (เช่น เมื่อท่านลงทะเบียนเป็นผู้เข้าร่วมประมูล ผู้ขายทรัพย์ หรือผู้ติดต่อ) และที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติจากการใช้งานเว็บไซต์ hilco.siamsbuy.com ตลอดจนข้อมูลที่ได้รับจากแหล่งอื่นโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยจำแนกตามประเภทและตัวอย่างได้ดังนี้

ประเภทข้อมูล ตัวอย่างข้อมูลที่เก็บรวบรวม
(1) ข้อมูลระบุตัวตน ชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัวประชาชนหรือเลขหนังสือเดินทาง วันเดือนปีเกิด และสำเนาเอกสารแสดงตน
(2) ข้อมูลติดต่อ ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน/ที่อยู่สำหรับจัดส่ง ที่อยู่อีเมล หมายเลขโทรศัพท์
(3) ข้อมูลบัญชีและการยืนยันตัวตน ชื่อผู้ใช้ (username) รหัสผ่าน และเอกสารยืนยันตัวตน (KYC) ที่ใช้สำหรับการลงทะเบียนเข้าร่วมประมูล
(4) ข้อมูลทางการเงินและการชำระเงิน เลขที่บัญชีธนาคาร หลักฐานการวางหลักประกันหรือเงินมัดจำ (deposit) ข้อมูลการชำระเงิน และใบกำกับภาษี
(5) ข้อมูลการประมูล ประวัติการเสนอราคา (bid history) รายการทรัพย์สินที่ชนะ/แพ้การประมูล รายการสินค้าที่ท่านสนใจหรือติดตาม
(6) ข้อมูลทางเทคนิค หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ (IP address) คุกกี้ (cookies) ข้อมูลการเข้าใช้งาน (log) ประเภทและข้อมูลของอุปกรณ์ที่ใช้เข้าถึงบริการ
(7) ข้อมูลของผู้ขายทรัพย์/นิติบุคคล ข้อมูลผู้ขายทรัพย์สินและคู่สัญญา รวมถึงเอกสารและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการมอบหมายให้จัดประมูล

ในกรณีที่ผู้เข้าร่วมประมูลหรือผู้ขายทรัพย์เป็นนิติบุคคล บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องกับนิติบุคคลนั้นด้วย เช่น กรรมการ ผู้มีอำนาจลงนาม ผู้รับมอบอำนาจ และผู้ประสานงานหรือผู้ติดต่อ ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล ตำแหน่ง ข้อมูลติดต่อ และเอกสารแสดงอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล

โดยทั่วไปบริษัทไม่มีนโยบายเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 อย่างไรก็ดี เอกสารแสดงตนบางประเภท (เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน) อาจปรากฏข้อมูลศาสนาหรือหมู่โลหิต ทั้งนี้ บริษัทจะไม่นำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ และขอความร่วมมือให้ท่านปกปิดข้อมูลส่วนที่ไม่จำเป็นก่อนนำส่งเอกสาร

หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นต่อการลงทะเบียน การยืนยันตัวตน การวางหลักประกัน หรือการชำระเงิน บริษัทอาจไม่สามารถให้ท่านเข้าร่วมการประมูลหรือดำเนินการตามสัญญาหรือตามที่กฎหมายกำหนดได้ ทั้งนี้ ท่านสามารถใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับข้อมูลข้างต้นได้ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 30 ถึงมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

4. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งที่มาต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

4.1 ข้อมูลที่เก็บรวบรวมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง

เป็นแหล่งที่มาหลักของข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทเก็บรวบรวมเมื่อท่านดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เช่น

  • การสมัครสมาชิกและลงทะเบียนเปิดบัญชีผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มประมูล
  • การลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมการประมูล การวางหลักประกัน (Deposit) และการเสนอราคา (Bidding)
  • การยืนยันและพิสูจน์ตัวตน (KYC) รวมถึงการส่งสำเนาเอกสารแสดงตน เอกสารนิติบุคคล และเอกสารทางการเงิน
  • การชำระเงินค่าสินค้าที่ชนะการประมูลและการรับมอบสินค้า
  • การติดต่อสอบถาม การร้องเรียน หรือการขอใช้บริการผ่านช่องทางต่าง ๆ ของบริษัท เช่น แบบฟอร์มติดต่อ โทรศัพท์ อีเมล หรือช่องทางโซเชียลมีเดีย
  • การเข้าร่วมกิจกรรมทางการตลาด การสำรวจความคิดเห็น หรือการสมัครรับข่าวสารการประมูล

4.2 ข้อมูลที่เก็บรวบรวมโดยอัตโนมัติจากการใช้งานเว็บไซต์

เมื่อท่านเข้าใช้งานเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มของบริษัท ระบบจะเก็บรวบรวมข้อมูลบางประการโดยอัตโนมัติ เช่น

  • คุกกี้ (Cookies) และเทคโนโลยีติดตามที่คล้ายคลึงกัน
  • ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์และบันทึกการใช้งาน (Log Files) เช่น หมายเลข IP Address ประเภทและเวอร์ชันของเบราว์เซอร์ ระบบปฏิบัติการ วันที่และเวลาที่เข้าใช้งาน หน้าเว็บที่เข้าชม และพฤติกรรมการเสนอราคา
  • ข้อมูลอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อและข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งโดยประมาณ

ทั้งนี้ การเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านคุกกี้เป็นไปตามนโยบายการใช้คุกกี้ (Cookie Policy) ของบริษัท และในกรณีที่กฎหมายกำหนด บริษัทจะขอความยินยอมจากท่านก่อนการใช้งานคุกกี้ที่ไม่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการให้บริการ

4.3 ข้อมูลที่เก็บรวบรวมจากบุคคลภายนอกที่ได้รับอนุญาต

ในบางกรณี บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งอื่นที่มิใช่จากท่านโดยตรง เท่าที่กฎหมายอนุญาตและภายใต้ฐานทางกฎหมายที่เหมาะสม โดยมีแหล่งที่มาดังตารางต่อไปนี้

แหล่งที่มา ลักษณะข้อมูลและวัตถุประสงค์
ผู้แนะนำหรือผู้บอกต่อ (Referral) ข้อมูลติดต่อที่บุคคลซึ่งรู้จักท่านได้แนะนำหรือส่งต่อมายังบริษัท เพื่อนำเสนอข้อมูลการประมูลที่อาจเป็นประโยชน์
ผู้ขายหรือเจ้าของทรัพย์สิน (Consignor / Seller) รายชื่อและข้อมูลติดต่อของผู้ซื้อหรือผู้สนใจที่ผู้ขายส่งมอบให้แก่บริษัท เพื่อดำเนินการจัดประมูลและจำหน่ายทรัพย์สิน
หน่วยงานยืนยันตัวตนและตรวจสอบเครดิต ผลการยืนยันตัวตน ข้อมูลเครดิตจากบริษัทข้อมูลเครดิต (เครดิตบูโร) หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินความสามารถในการชำระราคา ป้องกันการทุจริต และบริหารความเสี่ยง ทั้งนี้ การเข้าถึงข้อมูลจากบริษัทข้อมูลเครดิต บริษัทจะดำเนินการเมื่อได้รับความยินยอมจากท่านเป็นการเฉพาะตามที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต
พันธมิตรทางธุรกิจและผู้ให้บริการภายนอก ข้อมูลจากผู้ให้บริการชำระเงิน ผู้ให้บริการขนส่ง หรือพันธมิตรที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการประมูล
แหล่งข้อมูลสาธารณะและหน่วยงานราชการ ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐตามที่กฎหมายกำหนดหรืออนุญาต

ในกรณีที่บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งอื่นที่มิใช่จากท่านโดยตรง บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเก็บรวบรวมดังกล่าวภายในระยะเวลาไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่เก็บรวบรวม และจะขอความยินยอมจากท่าน (หากจำเป็นต้องอาศัยความยินยอม) เว้นแต่เป็นกรณีที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องแจ้งหรือไม่ต้องขอความยินยอมตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ทั้งนี้ เป็นไปตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว

5. วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมาย ตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยมีรายละเอียดวัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายที่ใช้อ้างอิงตามตารางดังต่อไปนี้

วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูล ฐานทางกฎหมายตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
การลงทะเบียนเปิดบัญชีผู้ใช้งาน และการยืนยันและพิสูจน์ตัวตนของผู้เข้าร่วมประมูล (Know Your Customer - KYC) เพื่อให้สามารถเข้าร่วมการประมูลได้ เพื่อความจำเป็นในการปฏิบัติตามสัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอก่อนเข้าทำสัญญา (มาตรา 24(3)) และเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย (มาตรา 24(6))
การจัดการการประมูล การลงทะเบียนเข้าร่วมประมูล การรับและบันทึกการเสนอราคา (bidding) และการประมวลผลผลการประมูล เพื่อความจำเป็นในการปฏิบัติตามสัญญาที่ท่านเป็นคู่สัญญา (มาตรา 24(3))
การตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมประมูล การตรวจสอบและกำหนดวงเงินการประมูล (credit limit) รวมถึงการเรียกเก็บและบริหารจัดการเงินประกันการประมูล (bid deposit) เพื่อความจำเป็นในการปฏิบัติตามสัญญา (มาตรา 24(3)) และเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทในการบริหารความเสี่ยง (มาตรา 24(5))
การออกใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน การเรียกเก็บและรับชำระราคา รวมถึงค่าธรรมเนียมการประมูล (buyer’s premium) และการคืนเงินประกัน เพื่อความจำเป็นในการปฏิบัติตามสัญญา (มาตรา 24(3)) และเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายภาษีอากร (มาตรา 24(6))
การส่งมอบ การจัดเตรียมการขนย้าย และการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ท่านประมูลได้ เพื่อความจำเป็นในการปฏิบัติตามสัญญา (มาตรา 24(3))
การติดต่อสื่อสารกับท่าน การแจ้งผลการประมูล การตอบข้อซักถาม การแจ้งเตือน และการให้บริการหลังการขาย เพื่อความจำเป็นในการปฏิบัติตามสัญญา (มาตรา 24(3)) และเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท (มาตรา 24(5))
การป้องกัน ตรวจสอบ และระงับการทุจริต การปั่นราคา (bid rigging / shill bidding) การสมรู้ร่วมคิด และการกระทำอันมิชอบอื่นใดในการประมูล รวมถึงการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบและการประมูล เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทและของผู้เข้าร่วมประมูลรายอื่น ในการรักษาความเป็นธรรมและความน่าเชื่อถือของการประมูล (มาตรา 24(5))
การปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกฎหมายว่าด้วยภาษีอากร กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (AML) การตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนด (sanction screening) และการให้ความร่วมมือกับหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานกำกับดูแลตามคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัทในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (มาตรา 24(6))
การก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้อง รวมถึงการดำเนินคดีและการระงับข้อพิพาท เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท (มาตรา 24(5))
การวิเคราะห์และปรับปรุงการให้บริการ การพัฒนาแพลตฟอร์มและประสบการณ์การใช้งาน และการจัดทำข้อมูลเชิงสถิติเพื่อการบริหารงานภายใน เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทในการพัฒนาคุณภาพการบริการ (มาตรา 24(5))

วัตถุประสงค์ที่ดำเนินการบนฐานความยินยอม (มาตรา 19)

สำหรับวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ บริษัทจะดำเนินการต่อเมื่อได้รับ ความยินยอม โดยชัดแจ้งจากท่านก่อนเท่านั้น

  • การส่งข่าวสารทางการตลาด การประชาสัมพันธ์ การแจ้งกำหนดการและรายการทรัพย์สินที่จะเปิดประมูล (auction alerts) ตลอดจนการนำเสนอสิทธิประโยชน์ โปรโมชัน หรือกิจกรรมส่งเสริมการขาย ผ่านช่องทางอีเมล ข้อความ (SMS) โทรศัพท์ หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่น
  • การวิเคราะห์พฤติกรรมและความสนใจของท่านเพื่อนำเสนอรายการประมูลหรือเนื้อหาที่ตรงกับความสนใจเป็นการเฉพาะบุคคล (personalized marketing)

ในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (sensitive data) บริษัทจะดำเนินการโดยขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านตามมาตรา 26 เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายอนุญาตให้กระทำได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม

ท่านสามารถถอนความยินยอมที่ให้ไว้สำหรับวัตถุประสงค์ทางการตลาดได้ทุกเมื่อ โดยติดต่อมายังบริษัทตามช่องทางที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้ ทั้งนี้ การถอนความยินยอมจะไม่กระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไปแล้วโดยชอบด้วยกฎหมายก่อนการถอนความยินยอม (มาตรา 19 วรรคห้า) และการถอนความยินยอมดังกล่าวจะไม่กระทบต่อการประมวลผลข้อมูลภายใต้ฐานทางกฎหมายอื่นที่บริษัทยังคงมีความจำเป็นต้องดำเนินการต่อไป เช่น การปฏิบัติตามสัญญาหรือการปฏิบัติตามกฎหมาย

ในกรณีที่ท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นต่อการปฏิบัติตามสัญญาหรือการปฏิบัติตามกฎหมาย (เช่น ข้อมูลเพื่อการยืนยันตัวตนตามกระบวนการ KYC และ AML) บริษัทอาจไม่สามารถให้ท่านลงทะเบียนหรือเข้าร่วมการประมูลได้

บริษัทจะใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ข้างต้นเท่านั้น (มาตรา 21) หากบริษัทประสงค์จะใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากที่ระบุไว้ บริษัทจะแจ้งวัตถุประสงค์ใหม่และขอความยินยอมจากท่านก่อน เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายอนุญาต

6. ฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) จะเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ฐานทางกฎหมายที่กำหนดไว้ในมาตรา 24 และมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เท่านั้น โดยพิจารณาตามวัตถุประสงค์และความจำเป็นในการดำเนินกิจกรรมการประมูลสินค้าและจัดการประมูลทรัพย์สินเป็นรายกรณี ดังรายละเอียดต่อไปนี้

ฐานทางกฎหมาย (PDPA) กิจกรรมการประมวลผลที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างข้อมูลที่ประมวลผล
ฐานสัญญา
(มาตรา 24 (3))
การปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญา หรือการดำเนินการตามคำขอก่อนเข้าทำสัญญา
  • การลงทะเบียนและเปิดบัญชีผู้ใช้งานเพื่อเข้าร่วมการประมูล
  • การยืนยันตัวตนและคุณสมบัติของผู้เข้าประมูล (Bidder Registration / KYC)
  • การรับและบริหารหลักประกันหรือเงินมัดจำการประมูล (Bid Deposit)
  • การเสนอราคา การประมูล และการประกาศผลผู้ชนะการประมูล
  • การออกใบแจ้งหนี้ การรับชำระเงิน การส่งมอบทรัพย์สินที่ประมูลได้
  • การติดต่อสื่อสารและให้บริการหลังการขายที่เกี่ยวเนื่องกับสัญญา
ชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัวผู้เสียภาษี/เลขบัตรประชาชน ที่อยู่ ข้อมูลติดต่อ ข้อมูลบัญชีผู้ใช้ ข้อมูลการชำระเงินและการส่งมอบ
ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย
(มาตรา 24 (6))
การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
  • การออกเอกสารทางภาษีและการนำส่งภาษีตามประมวลรัษฎากร (เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีหัก ณ ที่จ่าย)
  • การจัดทำและเก็บรักษาเอกสารทางบัญชีตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชี
  • การตรวจสอบและรายงานธุรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (AML) และกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย
  • การเปิดเผยข้อมูลตามคำสั่งของหน่วยงานราชการ ศาล หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจตามกฎหมาย
ข้อมูลระบุตัวตน เอกสารยืนยันตัวตน ข้อมูลธุรกรรมการเงิน บันทึกการชำระเงินและการประมูล
ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
(มาตรา 24 (5))
ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือบุคคลอื่น โดยไม่เกินขอบเขตที่เจ้าของข้อมูลคาดหมายได้และไม่ละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของท่าน
  • การป้องกัน ตรวจสอบ และจัดการกับการทุจริต การปั่นราคา การประมูลโดยไม่สุจริต หรือการกระทำที่ผิดกฎเกณฑ์การประมูล
  • การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของแพลตฟอร์มและระบบสารสนเทศ การบันทึกการเข้าใช้งาน (Log) และการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์
  • การรักษาความปลอดภัยของบุคคลและทรัพย์สิน ณ สถานที่ตรวจสอบหรือรับมอบทรัพย์สิน (เช่น กล้องวงจรปิด CCTV)
  • การบริหารความเสี่ยง การก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การใช้สิทธิเรียกร้อง หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้อง
  • การวิเคราะห์และปรับปรุงคุณภาพการให้บริการประมูล
ข้อมูลการใช้งานแพลตฟอร์ม IP Address ประวัติการประมูล ภาพจากกล้องวงจรปิด บันทึกการติดต่อ
ฐานความยินยอม
(มาตรา 19 และมาตรา 24)
ความยินยอมที่ท่านให้ไว้โดยชัดแจ้ง ซึ่งท่านสามารถถอนความยินยอมได้ทุกเมื่อ
  • การส่งข่าวสารการตลาด ข้อมูลโปรโมชัน และประชาสัมพันธ์การประมูลครั้งใหม่ผ่านอีเมล SMS หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่น
  • การนำเสนอสินค้าหรือบริการที่ตรงกับความสนใจของท่าน (Personalized Marketing)
  • การประมวลผลข้อมูลในกรณีที่ไม่อาจอ้างอิงฐานทางกฎหมายอื่นได้
ชื่อ ข้อมูลติดต่อ ความสนใจในประเภทสินค้า/ทรัพย์สินที่ประมูล

ในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Personal Data) ตามมาตรา 26 เช่น ข้อมูลที่ปรากฏบนสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่อาจมีข้อมูลศาสนาหรือหมู่โลหิต บริษัทจะดำเนินการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลดังกล่าวโดยขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านก่อน เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดให้กระทำได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอม

การถอนความยินยอมในส่วนที่อาศัยฐานความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ดำเนินการไปแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ ท่านสามารถใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 30 ถึงมาตรา 36 ได้โดยติดต่อบริษัทผ่านช่องทางที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้

7. การเปิดเผยและการส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลภายนอก

บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องเปิดเผยหรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (เช่น ผู้เข้าร่วมประมูล ผู้เสนอราคา ผู้ชนะการประมูล ผู้ขายทรัพย์ หรือผู้ใช้บริการแพลตฟอร์ม hilco.siamsbuy.com) แก่บุคคลภายนอกเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บริการแพลตฟอร์มประมูลสินค้าออนไลน์และการจัดการประมูลทรัพย์สิน (Industrial Auction / Asset Disposition) ให้สำเร็จลุล่วง โดยจะดำเนินการภายใต้ฐานทางกฎหมายที่เหมาะสมตามมาตรา 24 และมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติฯ และจำกัดการเปิดเผยเพียงเท่าที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

บุคคลภายนอกที่บริษัทอาจเปิดเผยหรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงวัตถุประสงค์ของการเปิดเผย มีดังต่อไปนี้

ผู้รับข้อมูล (บุคคลภายนอก) วัตถุประสงค์ของการเปิดเผย/ส่งต่อข้อมูล
ผู้ขายทรัพย์ / เจ้าของทรัพย์ที่นำสินค้าเข้าประมูล เปิดเผยข้อมูลของผู้ชนะการประมูลเท่าที่จำเป็นเพื่อดำเนินการส่งมอบทรัพย์สิน การตรวจรับ การออกเอกสารโอนกรรมสิทธิ์ และการปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายทรัพย์สินที่ประมูลได้
ผู้ให้บริการชำระเงิน สถาบันการเงิน และธนาคาร ดำเนินการรับชำระเงินค่าทรัพย์สินและค่าธรรมเนียม การวางหลักประกันการประมูล การคืนเงินมัดจำ การออกใบเสร็จ/ใบกำกับภาษี ตลอดจนการตรวจสอบและป้องกันการทุจริต
ผู้ให้บริการขนส่งและคลังสินค้า จัดเก็บ ดูแลรักษา และจัดส่งทรัพย์สินที่ประมูลได้ไปยังผู้ชนะการประมูล รวมถึงการนัดหมายเข้ารับสินค้า ณ สถานที่จัดเก็บ
ผู้ตรวจสอบบัญชี ที่ปรึกษากฎหมาย และที่ปรึกษาวิชาชีพ การตรวจสอบบัญชี การปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอากร การให้คำปรึกษากฎหมาย การดำเนินคดี การก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
ผู้ให้บริการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและบริการคลาวด์ (IT / Cloud Service Providers) การพัฒนา ดูแล และรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบแพลตฟอร์มประมูล การจัดเก็บข้อมูล การสำรองข้อมูล และการสนับสนุนทางเทคนิค
บริษัทในเครือกลุ่ม Hilco Global (Hilco Global Affiliates) การบริหารจัดการธุรกิจภายในกลุ่ม การดำเนินการประมูลข้ามเขตอำนาจ การวิเคราะห์ข้อมูล การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า และการสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกัน
หน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับดูแล หรือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย การปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่งศาล หมายศาล หรือคำสั่งของหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย รวมถึงการป้องกันการฟอกเงินและการปฏิบัติตามภาระหน้าที่ตามกฎหมายที่บังคับใช้

ในกรณีที่บริษัทมอบหมายหรือว่าจ้างบุคคลภายนอกให้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor) เช่น ผู้ให้บริการระบบไอที/คลาวด์ ผู้ให้บริการชำระเงิน หรือผู้ให้บริการขนส่งและคลังสินค้า บริษัทจะจัดให้มีข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement: DPA) เป็นลายลักษณ์อักษรตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เพื่อกำหนดให้ผู้ประมวลผลข้อมูลดำเนินการประมวลผลภายใต้คำสั่งของบริษัทเท่านั้น และจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลที่เหมาะสม

ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ชนะการประมูลให้แก่ผู้ขายทรัพย์หรือเจ้าของทรัพย์สิน (Consignor / Seller) เพื่อการส่งมอบทรัพย์สิน การออกเอกสารโอนกรรมสิทธิ์ และการปฏิบัติตามสัญญาซื้อขาย ผู้ขายทรัพย์ดังกล่าวจะดำเนินการในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นอิสระจากบริษัท และการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยผู้ขายทรัพย์จะอยู่ภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวและความรับผิดชอบของผู้ขายทรัพย์รายนั้นเอง

กรณีที่มีการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบุคคลภายนอกหรือบริษัทในเครือที่อยู่ในต่างประเทศ บริษัทจะดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา 28 และมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยจะส่งหรือโอนเฉพาะไปยังประเทศปลายทางหรือองค์กรระหว่างประเทศที่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ หรือจัดให้มีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมและบังคับใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามที่กฎหมายกำหนด

บริษัทจะไม่เปิดเผย จำหน่าย จ่าย แจก หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดของบุคคลภายนอกนั้นโดยปราศจากความยินยอมของท่าน เว้นแต่เป็นการเปิดเผยภายใต้ฐานทางกฎหมายอื่นที่พระราชบัญญัติฯ กำหนดไว้

8. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เพียงเท่าที่จำเป็นและในระยะเวลาที่เหมาะสมตามวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการแพลตฟอร์มประมูลสินค้าออนไลน์และการจัดการประมูลทรัพย์สิน (industrial auction / asset disposition) ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักการจำกัดการเก็บรักษาข้อมูลภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

โดยทั่วไป บริษัทกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลตามประเภทของข้อมูลและวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

ประเภทข้อมูลส่วนบุคคล ระยะเวลาการเก็บรักษา
ข้อมูลสมาชิกและบัญชีผู้ใช้งาน (ชื่อ ที่อยู่ ข้อมูลการติดต่อ ข้อมูลยืนยันตัวตน) ที่ใช้สมัครและเข้าร่วมการประมูลบนแพลตฟอร์ม เก็บรักษาตลอดระยะเวลาที่ท่านยังคงสถานะเป็นสมาชิกหรือมีความสัมพันธ์ในการใช้บริการกับบริษัท และจะลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ (anonymization) เมื่อพ้นความจำเป็น หรือเมื่อสิ้นสุดความเป็นสมาชิก เว้นแต่มีฐานทางกฎหมายอื่นให้เก็บรักษาต่อไป
ข้อมูลธุรกรรมการประมูล การเสนอราคา (bidding) การชนะประมูล การชำระเงิน การออกใบกำกับภาษี และเอกสารทางบัญชี/การเงินที่เกี่ยวข้อง เก็บรักษาตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามประมวลรัษฎากร ซึ่งกำหนดให้เก็บเอกสารทางบัญชีและภาษีไม่น้อยกว่า 5 ปี และอาจเก็บรักษาได้สูงสุดถึง 10 ปี ในกรณีที่มีการตรวจสอบของเจ้าพนักงานหรือมีเหตุจำเป็นตามกฎหมาย
ข้อมูลการลงทะเบียนวางหลักประกัน เอกสารสัญญา การส่งมอบทรัพย์สินที่ประมูล และเอกสารที่เกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ตามสัญญา เก็บรักษาตลอดอายุสัญญาและต่อไปอีกตามอายุความที่กฎหมายกำหนด (โดยทั่วไปไม่เกิน 10 ปี) เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้อง การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้อง หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (log files) และข้อมูลการเข้าใช้งานเว็บไซต์ hilco.siamsbuy.com เก็บรักษาไม่น้อยกว่า 90 วัน ตามที่กฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์กำหนด

เมื่อพ้นระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลข้างต้น หรือเมื่อข้อมูลส่วนบุคคลนั้นหมดความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ บริษัทจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้ ตามมาตรฐานและวิธีการที่เหมาะสมและปลอดภัย เว้นแต่ในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลต่อไปเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

  • เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งของหน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานกำกับดูแลที่มีอำนาจ
  • เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
  • เพื่อตรวจสอบ ป้องกัน หรือดำเนินการเกี่ยวกับการทุจริต การฉ้อโกง หรือข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับการประมูล

ทั้งนี้ ในการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 30 ถึงมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งรวมถึงสิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล (มาตรา 33) และสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (มาตรา 34) บริษัทขอเรียนว่า บริษัทอาจไม่สามารถดำเนินการตามคำขอได้ในกรณีที่บริษัทยังมีหน้าที่หรือความจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไว้ตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ข้อมูลทางบัญชีและภาษีตามประมวลรัษฎากรที่ยังอยู่ในระยะเวลาที่ต้องเก็บรักษา

9. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ในฐานะที่ท่านเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้บริการแพลตฟอร์มประมูลสินค้าออนไลน์ของบริษัท ท่านมีสิทธิตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (มาตรา 30 ถึงมาตรา 36 และมาตรา 19 วรรคห้า) ดังต่อไปนี้

  • สิทธิในการเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูล (มาตรา 30): ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทเก็บรวบรวมไว้ เช่น ข้อมูลการลงทะเบียนผู้ประมูล ประวัติการเสนอราคา และผลการประมูล รวมถึงขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอม
  • สิทธิในการขอให้แก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง (มาตรา 35 และมาตรา 36): ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทดำเนินการแก้ไขหรือปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด เช่น ชื่อ ที่อยู่ในการจัดส่งทรัพย์สินที่ประมูลได้ หรือข้อมูลการติดต่อ
  • สิทธิในการขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล (มาตรา 33): ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่สามารถระบุตัวท่านได้ เมื่อข้อมูลนั้นหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาตามวัตถุประสงค์ หรือเมื่อท่านได้ถอนความยินยอมและบริษัทไม่มีฐานทางกฎหมายอื่นที่จะประมวลผลต่อไป
  • สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูล (มาตรา 32): ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในกรณีที่บริษัทประมวลผลด้วยฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดแบบตรง เว้นแต่บริษัทมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า
  • สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูล (มาตรา 34): ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการชั่วคราว เช่น ในระหว่างที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล หรือในระหว่างการพิจารณาคำคัดค้านของท่าน
  • สิทธิในการขอให้โอนย้ายข้อมูล (มาตรา 31): ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ไว้กับบริษัทในรูปแบบที่อ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องมืออัตโนมัติ และขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น เมื่อสามารถกระทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ
  • สิทธิในการถอนความยินยอม (มาตรา 19 วรรคห้า): ในกรณีที่บริษัทประมวลผลข้อมูลของท่านโดยอาศัยความยินยอม ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมได้ทุกเมื่อ โดยการถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลที่ได้กระทำไปแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ การถอนความยินยอมบางกรณีอาจส่งผลให้ท่านไม่สามารถเข้าร่วมการประมูลหรือรับบริการบางส่วนต่อไปได้
  • สิทธิในการร้องเรียน: ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่บริษัทหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง

วิธีการใช้สิทธิและกรอบระยะเวลา

ท่านสามารถใช้สิทธิข้างต้นได้โดยยื่นคำขอเป็นลายลักษณ์อักษรมายังบริษัทผ่านช่องทางการติดต่อที่ระบุไว้ในหมวด “ช่องทางการติดต่อและเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” ของนโยบายฉบับนี้ เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล บริษัทอาจขอให้ท่านยืนยันตัวตนก่อนดำเนินการตามคำขอ บริษัทจะพิจารณาและดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิของท่านให้แล้วเสร็จ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ ในกรณีที่บริษัทปฏิเสธคำขอ บริษัทจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้ท่านทราบ ทั้งนี้ การใช้สิทธิดังกล่าวไม่มีค่าใช้จ่าย เว้นแต่กรณีที่กฎหมายกำหนดให้สามารถเรียกเก็บได้ และบริษัทอาจปฏิเสธหรือจำกัดการใช้สิทธิบางประการได้เท่าที่กฎหมายกำหนด เช่น เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อเก็บรักษาหลักฐานการทำธุรกรรมการประมูลตามที่กฎหมายกำหนด

10. นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookies Policy)

บริษัทมีการใช้คุกกี้ (Cookies) และเทคโนโลยีอื่นในลักษณะเดียวกันบนเว็บไซต์ hilco.siamsbuy.com เพื่อสนับสนุนการให้บริการแพลตฟอร์มประมูลสินค้าออนไลน์และการจัดการประมูลทรัพย์สิน (Industrial Auction / Asset Disposition) ให้แก่ผู้เข้าร่วมประมูลและผู้ใช้งาน นโยบายนี้อธิบายประเภทของคุกกี้ที่ใช้ วัตถุประสงค์ และวิธีการจัดการหรือปิดการใช้งานคุกกี้

คุกกี้คือไฟล์ข้อความขนาดเล็กที่ถูกจัดเก็บไว้ในอุปกรณ์ของท่าน (เช่น คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือโทรศัพท์มือถือ) เมื่อท่านเข้าใช้งานเว็บไซต์ ข้อมูลบางส่วนที่จัดเก็บผ่านคุกกี้อาจถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) ซึ่งบริษัทจะดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยตามฐานทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

10.1 ประเภทของคุกกี้ที่บริษัทใช้

ประเภทคุกกี้ วัตถุประสงค์ ฐานทางกฎหมาย / ความยินยอม
คุกกี้ที่จำเป็น (Strictly Necessary Cookies) จำเป็นต่อการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์และแพลตฟอร์มประมูล เช่น การเข้าสู่ระบบบัญชีผู้ใช้ การยืนยันตัวตนผู้เข้าร่วมประมูล การรักษาความปลอดภัยของการเสนอราคา (Bidding) การจดจำสถานะตะกร้าหรือรายการทรัพย์สินที่สนใจ และการป้องกันการทุจริต คุกกี้ประเภทนี้ไม่สามารถปิดการใช้งานผ่านระบบของเว็บไซต์ได้ เนื่องจากหากปิดอาจทำให้ไม่สามารถใช้บริการประมูลได้อย่างถูกต้อง ฐานความจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาและประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (ไม่จำเป็นต้องขอความยินยอม)
คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ (Analytics Cookies) ช่วยให้บริษัทเข้าใจพฤติกรรมการใช้งาน เช่น จำนวนผู้เข้าชม หน้าที่ได้รับความนิยม รายการประมูลที่มีผู้สนใจมากที่สุด และเส้นทางการใช้งาน เพื่อนำไปปรับปรุงประสิทธิภาพของแพลตฟอร์มและประสบการณ์การเข้าร่วมประมูล โดยข้อมูลจะถูกประมวลผลในลักษณะสถิติภาพรวมเป็นหลัก ฐานความยินยอม (เก็บรวบรวมเมื่อท่านให้ความยินยอมเท่านั้น)
คุกกี้เพื่อการตลาด (Marketing Cookies) ใช้เพื่อนำเสนอข้อมูลข่าวสาร การประชาสัมพันธ์การประมูลทรัพย์สินที่กำลังจะเปิด และโฆษณาที่สอดคล้องกับความสนใจของท่านทั้งบนเว็บไซต์ของบริษัทและแพลตฟอร์มของบุคคลภายนอก รวมถึงการวัดผลประสิทธิภาพของแคมเปญการตลาด ฐานความยินยอม (เก็บรวบรวมเมื่อท่านให้ความยินยอมเท่านั้น)

10.2 คุกกี้ของบุคคลภายนอก (Third-Party Cookies)

ในบางกรณี บริษัทอาจอนุญาตให้ผู้ให้บริการบุคคลภายนอกที่น่าเชื่อถือวางคุกกี้ผ่านเว็บไซต์ เช่น ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานหรือผู้ให้บริการโฆษณา การประมวลผลข้อมูลโดยบุคคลภายนอกดังกล่าวจะเป็นไปตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้ให้บริการรายนั้น ๆ ซึ่งบริษัทแนะนำให้ท่านศึกษานโยบายของผู้ให้บริการเหล่านั้นเพิ่มเติม

10.3 การจัดการและการปิดการใช้งานคุกกี้

ท่านสามารถจัดการความยินยอมเกี่ยวกับคุกกี้ที่ไม่จำเป็น (คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และคุกกี้เพื่อการตลาด) ได้ผ่านแถบการตั้งค่าคุกกี้ (Cookie Consent Banner) ที่ปรากฏบนเว็บไซต์ และสามารถเปลี่ยนแปลงหรือถอนความยินยอมได้ในภายหลัง โดยการถอนความยินยอมจะไม่กระทบต่อความชอบด้วยกฎหมายของการประมวลผลที่ได้กระทำไปแล้วก่อนการถอนความยินยอม

นอกจากนี้ ท่านสามารถตั้งค่า ลบ หรือปิดการใช้งานคุกกี้ผ่านการตั้งค่าของเว็บเบราว์เซอร์ที่ท่านใช้งานได้ โดยทั่วไปสามารถดำเนินการได้ดังนี้

  • Google Chrome: เมนูการตั้งค่า (Settings) > ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย (Privacy and security) > คุกกี้และข้อมูลเว็บไซต์อื่น ๆ (Cookies and other site data)
  • Mozilla Firefox: เมนูการตั้งค่า (Settings) > ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย (Privacy & Security) > คุกกี้และข้อมูลเว็บไซต์ (Cookies and Site Data)
  • Microsoft Edge: เมนูการตั้งค่า (Settings) > คุกกี้และสิทธิ์ของเว็บไซต์ (Cookies and site permissions)
  • Apple Safari: เมนูการตั้งค่า (Preferences) > ความเป็นส่วนตัว (Privacy) > จัดการข้อมูลเว็บไซต์ (Manage Website Data)

โปรดทราบว่าการปิดการใช้งานหรือลบคุกกี้ที่จำเป็น อาจส่งผลให้ฟังก์ชันบางส่วนของแพลตฟอร์มประมูลทำงานไม่สมบูรณ์ เช่น การเข้าสู่ระบบ การยืนยันตัวตน หรือการเสนอราคา ซึ่งอาจทำให้ท่านไม่สามารถเข้าร่วมการประมูลได้

11. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมผ่านแพลตฟอร์มประมูลสินค้าออนไลน์และการให้บริการจัดการประมูลทรัพย์สิน บริษัทจึงได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ ตามที่กำหนดในมาตรา 37 (1) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด โดยจะทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม

11.1 มาตรการเชิงเทคนิค (Technical Measures)

บริษัทได้นำมาตรการเชิงเทคนิคมาใช้เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะข้อมูลที่มีความอ่อนไหวในบริบทของธุรกิจประมูล เช่น ข้อมูลการยืนยันตัวตนของผู้ลงทะเบียนประมูล (KYC) ข้อมูลหลักประกันและวงเงินประมูล (bid deposit/credit limit) ประวัติการเสนอราคา และข้อมูลการชำระเงิน ดังต่อไปนี้

  • การเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) ทั้งในขณะรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย (in transit) ด้วยโปรโตคอลความปลอดภัย เช่น SSL/TLS และในขณะจัดเก็บข้อมูล (at rest) สำหรับข้อมูลที่มีความอ่อนไหว เช่น เลขบัตรประจำตัวประชาชน เอกสารยืนยันตัวตน และข้อมูลทางการเงิน
  • การยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication: MFA / Two-Factor Authentication: 2FA) สำหรับการเข้าใช้งานบัญชีผู้ใช้ บัญชีผู้เสนอราคา และบัญชีผู้ดูแลระบบที่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
  • การจำกัดสิทธิการเข้าถึงข้อมูล (Access Control) ตามหลักการให้สิทธิเท่าที่จำเป็น (Least Privilege) และหลักการต้องรู้ (Need-to-Know) โดยพนักงานหรือบุคคลภายนอกจะเข้าถึงข้อมูลได้เฉพาะเท่าที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ในการจัดการประมูลเท่านั้น
  • การบริหารจัดการรหัสผ่านที่รัดกุม การกำหนดอายุการใช้งานเซสชัน (session timeout) และการล็อกบัญชีเมื่อมีความพยายามเข้าสู่ระบบผิดพลาดเกินกำหนด
  • การจัดทำและจัดเก็บบันทึกการเข้าถึงและการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคล (Log/Audit Trail) เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังและระบุตัวผู้เข้าถึงหรือแก้ไขข้อมูลได้ ตามมาตรา 39 และมาตรฐานที่คณะกรรมการกำหนด
  • การติดตั้งและปรับปรุงระบบป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ เช่น ไฟร์วอลล์ (Firewall) ระบบตรวจจับและป้องกันการบุกรุก (IDS/IPS) ระบบป้องกันมัลแวร์ และการปรับปรุงช่องโหว่ของระบบ (Patch Management) อย่างสม่ำเสมอ
  • การสำรองข้อมูล (Backup) อย่างสม่ำเสมอ และการจัดทำแผนการกู้คืนข้อมูลเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อรักษาความพร้อมใช้งานและความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล

11.2 มาตรการเชิงบริหารจัดการและองค์กร (Organizational Measures)

  • การกำหนดนโยบาย ระเบียบ และแนวปฏิบัติภายในเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และการสื่อสารให้พนักงานและผู้เกี่ยวข้องถือปฏิบัติ
  • การให้พนักงาน ลูกจ้าง ผู้รับจ้าง และผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor) เช่น ผู้ให้บริการระบบชำระเงิน ผู้ให้บริการประเมินราคาทรัพย์สิน และผู้ให้บริการขนส่ง ลงนามในข้อตกลงการรักษาความลับและข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลตามมาตรา 40 เพื่อให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลในระดับเดียวกัน
  • การจัดอบรมและสร้างความตระหนักรู้ (Awareness Training) ให้แก่บุคลากรเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ
  • การควบคุมการเข้าถึงทางกายภาพ (Physical Access Control) ต่อพื้นที่จัดเก็บข้อมูล เครื่องแม่ข่าย และเอกสารที่มีข้อมูลส่วนบุคคล
  • การกำหนดกระบวนการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เมื่อพ้นระยะเวลาการเก็บรักษาหรือเมื่อหมดความจำเป็นในการประมวลผล
  • การประเมินและทบทวนความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างสม่ำเสมอ

11.3 การแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (Data Breach Notification)

ในกรณีที่เกิดเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะดำเนินการตามมาตรา 37 (4) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดังนี้

  • แจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะสามารถกระทำได้ เว้นแต่การละเมิดดังกล่าวไม่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
  • ในกรณีที่การละเมิดมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะแจ้งเหตุการละเมิดพร้อมแนวทางการเยียวยาให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบโดยไม่ชักช้า
  • บริษัทจะดำเนินมาตรการระงับเหตุ ลดความเสียหาย และป้องกันมิให้เกิดเหตุซ้ำ พร้อมทั้งบันทึกและตรวจสอบรายละเอียดของเหตุการละเมิดที่เกิดขึ้น

12. การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์

บริษัทในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“PDPA”) จึงได้กำหนดแนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้แพลตฟอร์มและบริการประมูลสินค้าออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ hilco.siamsbuy.com ไว้ดังต่อไปนี้

12.1 การจำกัดอายุของผู้ใช้บริการ

บริการประมูลสินค้าและการจัดการประมูลทรัพย์สิน (industrial auction / asset disposition) ของบริษัทมีไว้สำหรับ ผู้บรรลุนิติภาวะที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปเท่านั้น เนื่องจากการเข้าร่วมประมูล การเสนอราคา และการทำสัญญาซื้อขายทรัพย์สินที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มเป็นนิติกรรมที่มีผลผูกพันทางกฎหมายและก่อให้เกิดภาระผูกพันทางการเงิน บริษัทจึงไม่อนุญาตให้ผู้เยาว์สมัครเป็นสมาชิก ลงทะเบียนผู้เสนอราคา หรือเข้าร่วมการประมูลใด ๆ

การที่ผู้ใช้บริการลงทะเบียนและใช้บริการของบริษัท ถือเป็นการยืนยันและรับรองว่าผู้ใช้บริการมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และเป็นผู้บรรลุนิติภาวะที่มีความสามารถในการทำนิติกรรมได้โดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย

12.2 นโยบายไม่เก็บรวบรวมข้อมูลของผู้เยาว์โดยเจตนา

บริษัทไม่มีเจตนาเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ (บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และยังไม่บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส) และไม่ได้ออกแบบบริการหรือกิจกรรมทางการตลาดเพื่อมุ่งเป้าหมายไปยังผู้เยาว์แต่อย่างใด

ในกรณีที่จำเป็นต้องอาศัยความยินยอมเป็นฐานในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ ซึ่งการให้ความยินยอมมิใช่การใด ๆ ที่ผู้เยาว์สามารถให้ความยินยอมได้โดยลำพังตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บริษัทจะดำเนินการขอความยินยอมตามหลักเกณฑ์ในมาตรา 20 แห่ง PDPA กล่าวคือ

  • กรณีผู้เยาว์อายุไม่เกิน 10 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์
  • กรณีผู้เยาว์ที่ไม่สามารถให้ความยินยอมได้โดยลำพัง ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ประกอบด้วย

อย่างไรก็ดี โดยลักษณะของบริการประมูลซึ่งจำกัดเฉพาะผู้บรรลุนิติภาวะตามข้อ 12.1 บริษัทจึงไม่ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้บริการตามปกติ

12.3 การจัดการกรณีพบว่ามีการเก็บข้อมูลของผู้เยาว์โดยไม่ได้ตั้งใจ

หากบริษัททราบหรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์มาโดยไม่ได้ตั้งใจ หรือโดยปราศจากความยินยอมที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ใช้อำนาจปกครองตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 20 แห่ง PDPA บริษัทจะดำเนินการดังนี้

  • ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวโดยไม่ชักช้า
  • ตรวจสอบและยกเลิกบัญชีสมาชิกหรือการลงทะเบียนผู้เสนอราคาที่เกี่ยวข้อง
  • ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ หรือทำให้ข้อมูลนั้นไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ภายในระยะเวลาอันสมควร เว้นแต่มีฐานทางกฎหมายอื่นที่ทำให้บริษัทต้องเก็บรักษาข้อมูลนั้นต่อไป

12.4 การแจ้งเหตุและการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

หากท่านในฐานะบิดามารดาหรือผู้ใช้อำนาจปกครอง พบว่าบุตรหลานหรือผู้เยาว์ที่อยู่ในความปกครองของท่านได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัทโดยไม่ได้รับความยินยอมจากท่าน หรือพบว่ามีการใช้บริการของบริษัทโดยผู้เยาว์ ขอให้ท่านติดต่อบริษัทตามช่องทางที่ระบุไว้ในหมวด “ช่องทางการติดต่อและเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” เพื่อให้บริษัทดำเนินการระงับและลบข้อมูลดังกล่าว เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ใช้อำนาจปกครองที่กระทำการแทนผู้เยาว์ สามารถใช้สิทธิตามที่กฎหมายกำหนดได้ อาทิ สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล สิทธิในการแก้ไขข้อมูล สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูล สิทธิในการลบหรือทำลายข้อมูล และสิทธิในการเพิกถอนความยินยอม ตามมาตรา 30 ถึงมาตรา 36 แห่ง PDPA

13. ช่องทางการติดต่อและเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

หากท่านมีข้อสงสัย ข้อเสนอแนะ ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ หรือประสงค์จะใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด อันได้แก่ สิทธิในการเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูล (มาตรา 30) สิทธิในการขอให้โอนย้ายข้อมูล (มาตรา 31) สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล (มาตรา 32) สิทธิในการขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล (มาตรา 33) สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูล (มาตรา 34) สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง (มาตรา 35 และมาตรา 36) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม (มาตรา 19 วรรคห้า) ตลอดจนสิทธิในการร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถติดต่อบริษัทในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

รายการ รายละเอียด
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) บริษัท ฮิลโก้ โกลบอล เอเชีย จำกัด (Hilco Global Asia Limited)
ที่อยู่ เลขที่ 40/1 ถนนคอนแวนต์ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
โทรศัพท์ 02-636-1631
โทรสาร 02-4934666
อีเมล schaiyawat@hilcoglobal.com
เว็บไซต์ hilco.siamsbuy.com

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer): ในกรณีที่บริษัทมีหน้าที่ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บริษัทได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งท่านสามารถติดต่อเพื่อใช้สิทธิหรือสอบถามเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ที่อีเมล dpo@hilcoglobal.com หรือตามช่องทางที่ระบุไว้ข้างต้น

  • เมื่อบริษัทได้รับคำขอใช้สิทธิจากท่าน บริษัทจะดำเนินการตรวจสอบและตอบกลับภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยทั่วไปภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ ทั้งนี้ บริษัทอาจขอให้ท่านยืนยันตัวตนก่อนดำเนินการตามคำขอ
  • การใช้สิทธิบางประการอาจถูกจำกัดได้ตามที่กฎหมายกำหนด เช่น เมื่อบริษัทมีหน้าที่ต้องเก็บรักษาข้อมูลไว้เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายอันเกี่ยวเนื่องกับธุรกรรมการประมูลและการจัดการทรัพย์สิน
  • ในกรณีที่ท่านเห็นว่าบริษัทมิได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายกำหนด

14. การเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว

บริษัทในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กฎหมาย กฎเกณฑ์ และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องซึ่งอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการให้บริการแพลตฟอร์มประมูลสินค้าออนไลน์และการจัดการประมูลทรัพย์สิน

เมื่อมีการแก้ไขหรือปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ บริษัทจะดำเนินการดังต่อไปนี้

  • ประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับที่ปรับปรุงแล้วบนเว็บไซต์ของบริษัทที่ hilco.siamsbuy.com เพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถเข้าถึงและตรวจสอบได้โดยสะดวก
  • ระบุ “วันที่ปรับปรุงล่าสุด” ไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้ทราบว่านโยบายฉบับที่บังคับใช้อยู่มีผลตั้งแต่เมื่อใด
  • ในกรณีที่เป็นการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ เช่น การเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทอาจแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบผ่านช่องทางอื่นเพิ่มเติม เช่น อีเมล หรือการแจ้งเตือนบนแพลตฟอร์มประมูล และหากกฎหมายกำหนด บริษัทจะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลใหม่ตามความเหมาะสม

บริษัทขอแนะนำให้ผู้ใช้บริการและผู้เข้าร่วมประมูลตรวจสอบนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้บนเว็บไซต์ของบริษัทเป็นระยะ การที่ท่านยังคงใช้บริการแพลตฟอร์ม เข้าร่วมการประมูล หรือใช้บริการอื่นใดของบริษัทภายหลังจากที่นโยบายฉบับปรับปรุงมีผลใช้บังคับ ถือว่าท่านได้รับทราบและยอมรับนโยบายฉบับที่ปรับปรุงแล้ว ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงนโยบายจะไม่กระทบต่อสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงสิทธิต่าง ๆ ตามมาตรา 30 ถึงมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งท่านยังคงสามารถใช้สิทธิดังกล่าวได้ตลอดเวลา

หากท่านมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ท่านสามารถติดต่อบริษัทได้ที่ บริษัท ฮิลโก้ โกลบอล เอเชีย จำกัด เลขที่ 40/1 ถนนคอนแวนต์ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 โทรศัพท์ 02-636-1631 โทรสาร 02-4934666 หรืออีเมล schaiyawat@hilcoglobal.com